2007/Jan/26

ช่วงนี้เรียนหนักมากมายเลยครับขายของเก่าไปก่อน

เรื่องของเรื่อง ผมไม่ค่อยมีเวลาอ่ะนะ แต่อยากทำ ผมอยากให้คนเล่นดนตรีมีบลีอกอย่างนี้อ่านนะ อย่างน้อยก็คนที่เล่นงู ๆ ปลา ๆ ไปวัน ๆ ก็จะได้เข้าใจหลักเล็กน้อยที่ผมเขียนไว้บ้าง แล้วก็ ไม่ข้ามขั้นตอนหัดมันผิด ๆ จนกู่ไม่กลับ

C Major Scale

เป็น ตัวเริ่มแรกนะ ใคร ๆ ก็ต้องหัดจากตัวนี้แหล่ะ ใครจะหาว่าเชยผมไม่สนหรอก เพราะว่า นี่มันเป็นเสกลแรกนี่นา C = โด นั่นเอง มีใครท่อง ฮ ก่อน ก บ้างครับ คงไม่มี เหมือนกันฉันใดก็ฉันนั้น การเริ่มเล่นกีตาร์ เสกลที่เราต้องจำให้ขึ้นใจ มันก็คือ Cmajor Scale นั่นเอง

มันก็เรียงกันไปตามหลักโน๊ตทั่วไป โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด ตามปกติ จนกระทั่งครบ octeav


การบอกระยะห่างในเสกลจะเขียนสัญลักษณ์นี้แทนแล้วกันครับ (ไว้จะทำเป็นรูป)ถ้าหากว่า __ จะเท่ากับ ห่างกัน 1 เสียงเต็ม แต่ถ้าหาก v จะเท่ากับ ห่างกันครึ่งเสียง

มันก็มีระยะห่างของมันแบบนี้นะครับ

1__2__3v4__5__6__7v8

ในเสกลที่ผมจะยกตัวอย่าง ก็คือ Key C จะเป็น

C__D__EvF__G__A__BvC

แล้วถ้าเป็นคีย์ D ล่ะ ทางนิ้วจะเหมือนกันครับ แค่เปลี่ยนตำแหน่งไปเล่นที่ตัว โน๊ต D (ถัดจากตำแหน่ง C เข้าไปในคอ 3 ช่อง ก็จะได้เป็น

D__E__F#vG__A__B__C#vD



ผมจะใช้สัญลักษณ์นี้แทนตัวโน๊ตในเฟรทบอร์ดนะครับ เพราะถ้าเกิดเปลี่ยนไปเล่นเสกลอื่น เช่น D Major Scale มันก็ทางนิ้วนี้แหล่ะ ดังนั้นก็ให้จำสัญลักษณ์นี้ไว้แล้วกัน แล้วก็ให้รู้จะครับ ว่าตัวไหน มีคามหมายว่าอะไร

สามเหลี่ยมทึบ= root หรือตัวเริ่ม ของเสกลนั้น ๆ

ดาวโปร่งใส = คู่ 5 หรือคู่ขั้น Perfect

สามเหลี่ยม โปร่งใส = เป็น โน๊ตที่มีเสกลdiatonic (เสกลที่ใกล้เคียงกัน แต่เริ่มคนละจุด) หรือ โน๊ตที่มีเสกลเป็นเครือญาติ

สี่เหลี่ยมทึบ = โน๊ตตัวสุดท้าย ของเสกลนั้น ๆ

*บางเสกลอาจจะมีไม่ครบตามที่ระบุไว้ข้างต้นครับ และต่อไปอาจจะมีเพิ่มขึ้น เช่น โน๊ตนอกคีย์ เป็นต้น




เป็น Position พื้นฐานเลยครับ ต้องเล่นเสกลนี้ให้ได้เลยใช้สามนิ้วกางให้สุดครับ พยายามเล่นให้คล่อง ซ้ำไป ๆ มาๆ หลาย ๆ รอบไปเลยครับ ให้นิ้วมือมันจำได้ไปเองว่า นี่แหล่ะ Major สเกล



position ถัดมาครับ อันนี้ต้องเอาให้คล่องด้วยเล่นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสมองมันจำได้ว่า โน๊ตไหนเฟรตอะไรนะครับ เพราะมันสำคัญ อย่างถ้าเราจะข้ามไปเล่น ใน A minor เสกลเนี่ย ก็ต้องจำให้ได้ ใช้โน๊ตในคีย์โยนไป เพราะเป็น Diatonic Key ซึ่ง ผมจะกล่าวถึงใน ช่วงต่อ ๆ ไปครับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน ใครอยากเก่งฝึกเยอะ ๆ ฝึกจนสมองมันจำได้ ร่างกายมันจำได้ แล้วก็ให้สมองมันลืมครับ แต่ให้ร่างกายมันจำได้ และเมื่อเราอยากจะเล่นมันก็จะออกมาเอง โดยไม่ต้องนึกภาพตำแหน่งนิ้ว หรือทานิ้ว ก็จะเป็นประโยชน์ในการเล่นเพลงที่เราจะแกะมาเลยทีเดียว ไม่เชื่อลองดุครับ

สำหรับคนที่เป็นแล้วอาจจะเบื่อนิดนึงต้องขอโทษด้วย เพราะนี่เป็นความคิดของผมที่ว่า อยากจะทำจริง ๆ ครับ

*การจะสร้างตึกที่ราคาเป็นสิบ ๆ ล้าน จะสร้างให้มั่นคงแข็งแรงยังต้องเริ่มจากรากฐานที่ดี ดังนั้น นักดนตรีที่จะเก่งได้ ก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานที่ดีเช่นกันครับ


edit @ 2007/01/26 21:40:09

2007/Jan/14

Basic Note

การหัดดนตรี มันก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานก่อน จริงไหมครับ

ครั้งแรกที่ผมหัดเล่นกีตาร์นั้น ผมก็เล่นคอร์ดไปตามประสานั่นแหล่ะ ไม่ได้คิดจะเล่นจริง ๆ จัง ๆ แต่เพื่อนก็แนะนำให้ผมไปเรียนเพราะก็เห็นว่า พอเล่นได้ดี

ผมก็ไปเรียนกับอาจารย์มดแดงครับ ท่านก็ได้สอนสัจธรรมว่า ยังไง เอ็งก็ต้องมาเล่นตั้งแต่อ่านโน๊ตอยู่ดีแหล่ะ ถ้าเกิดอ่านโน๊ตได้ไม่คล่อง เล่นเสกลพื้นฐานไม่ได้ ก็ไม่ต้องหวัว่าจะเก่งเลย เพราะงั้น ผมถึงได้นคู่มือการอ่านโน๊ตแบบง่าย ๆ มาฝาก แล้วก็ ถ้าเกิดไม่เข้าใจตรงไหน ผมก็จะเพิ่มให้นะครับ Reply ไว้แล้วกัน


Note



จะเห็นได้เลยว่าในรูปนั้น มีโน๊ตเรียงกันไปตามปกติ นั่นคือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด และในภาษาอังกฤษเรียงกันไปเช่นกันคือ C D E F G A B C นั่นคือ เป็นโน๊ตเดียวกันเรียงตามลำดับนะครับ ต่อไปนี้ผมจะไม่ใช้ภาษาไทยนะ ผมจะเรียกเป็น C D E .... เพราะมันสั้นดี

สังเกตจากโน๊ตเพลงนี้นะครับ



พอจะอ่านรู้เรื่องกันไหม ถ้าเกิดไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร เพราะก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่คนไม่เคยอ่านเลยจะไปรู้เรื่องนี้ ก็เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั่นเองครับ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ด้วยความอัจริยะภาพ

ในการอ่านโน๊ตนั้น จะประกอบไปด้วย



สัดส่วนของตัวโน๊ต แต่ละตัวนั้นจะไม่เท่ากัน จะเห็นในรูปว่า ค่าต่าง ๆ ของตัวดน๊ต จะเป็นค่าที่แบ่งออกมาเป็นครึ่งต่อครึ่ง ดังนั้น เมื่อ Note ตัวกลม หรือ Whole โน๊ตนั้น มี 4 จังหวะ ตัวขาว ก็ต้องมีค่า 2 จังหวะ และลดลงาตามลำดับและชื่อของโน๊ตแต่ละตัว ก็นับจำนวน แต่ละห้อง ว่า สามารถจะแบ่งโน๊ตนั้น ๆ ได้กี่ตัว ในแต่ละห้องเช่น eight note ก็คือโน๊ต เขบ็ดสองชั้น สามารถแบ่งออกได้ 8 ตัวในหนึ่งห้อ เป็นต้น

เมื่อเรารู้จักค่าของตัวโน๊ตแต่ละตัวกันแล้วก็มาเริ่มทำความรู้จักกับ โน๊ตกันดีกว่าว่าเสียงใดอยู่ส่วนไหนของบรรทัดกันบ้าง



จะเห็นได้ว่า โน๊ตแต่ละตัวนั้น มีค่าความสูงของตัวโน๊ตที่ 3 บรรทัดาครึ่ง พอดิบพอดี นั่นคือ โน๊ตแต่ละตัว มีค่า Octeave (โน๊ตที่มีค่าเสียงเหมือนกัน แต่เสียงสูงกว่า 1 เท่าตัว) เพราะฉะนั้น วิธีการจะอ่านโน๊ตง่าย ๆ ก็ให้จำตำแหน่งของโนตที่เป็นโน๊ตพื้นฐานไว้แล้วกันนะครับแล้วก็นับไป สามบรรทัดครึ่ง ก็จะเป็น Oteave ของมันนั่นเอง

โน๊ตที่ควรจะจำให้ได้ นั่นคือโน๊ตที่อยู่บนเส้น และระหว่างเส้น ดังจะเห็นในภาพ อาจารย์มดแดงสอนให้ผมจำอย่างนี้ครับ

โน๊ตบนเส้น มี E G B D F อาจารย์สอนผมไว้ว่า จำว่า Every Good Boy Does Fine
โน๊ตระหว่างเส้น มี F A C E จารย์ท่านให้จำว่า Face ตรง ๆ เลย ง่ายดี

ทีนี้ ถ้าเราอยากจะรู้ว่าโน๊ตตัวอื่นนอกเส้น เป็นโน๊ตอะไร ก็ให้นับ Octeave เอา อย่างที่ผมได้บอกว้ข้างต้นครับ ง่ายดีเนอะ

เมื่อรู้จักวิธีการอ่านโน๊ตแล้ว มาดูสัญลักษณ์อื่นกันบ้างดีกว่า ซึ่งก็จำเป็นเหมือนกันนะ



ว่ากันแบบเบสิค ๆ มันคือ เครื่องหมายหน้าบรรทัดเลย กำกับจังหวะ กำกับโน๊ตให้นักดนตรีให้ได้เห็นก่อนเลยว่า จังหวะอะไร คีย์อะไร

Time Signature แปลตรงตัว ได้ว่า สัญลักษณ์บอกจังหวะ เช่น

4 ------- เลขข้างบน แทนจำนวนตัวโน๊ตที่มีอยู่ในห้อง (Bar) 1 ห้อง
4 ------- ค่าของตัวโน๊ตที่จะมีได้ไม่เกินเลขตัวบน ใน 1 Bar

ดังนั้น เลข 4 4 ก็หมายความว่า ในแต่ละห้อง จะมีโน๊ตที่มีค่า เท่ากับ Fourth Note 4 ตัวอยู่ในห้องเดียว ซึ่งก็คือ ค่าโน๊ตตามปกติ หรือ 4 จังหวะต่อหนึ่งห้องนั่นเอง

แต่ถ้าเกิดเป็นเลขตัวอื่น ๆ ล่ะ ผมว่าหลายคนก็ต้องเคยเห็นกันบ้างล่ะมั้ง

12
8


มักเป็นตัวเลชที่ใช้ในเพลง บลู ซะเป็นส่วนใหญ่ คือมีโน๊ต ที่เป็น Eight Note เท่ากับ 12 ตัว
การนับจังหวะเน้นจังหวะก็จะต่างกัน คือ เน้นทุกตัวที่มีค่าเท่ากับ Eight Note

ดังนั้น Time Signature จึงเป็นส่วนที่สำคัญไม่น้อยเวลาเล่นเพลงต่างๆ ที่ต้องทำความเข้าใจอย่างรวดเร็ว และต้องแม่นยำด้วย

Key signature แปลตรงตัว ก็คือ สัญลักษณ์กำกับคีย์

ใช้ # หรือ b เป็นตัวกำหนด ว่าเป็นเสกลอะไร ถ้าใครข้องใน ก็ลองไปเปลี่ยนใน Guitar Pro เอาแล้วกันนะ มีให้ดูหมดเลยว่า คีย์ไหนเป็นอย่างไร แล้วผมจะอธิบายอย่างละเอียดทีหลัง เพราะมันควร จะแยกเป็นหัวข้อหนึ่งเลยในเรือ่งการสร้างโน๊ตในคีย์



ทีนี้ว่าด้วยเรื่องกุญแจกันบ้างดีกว่า

กุญแจที่เราจะใช้นะครับ ส่วนใหญ่ในมือกีตาร์จะใช้กุญแจซอล และเครื่องดนตรีเสียงปกติ ก็จะใช้กุญแจซอลเช่นกัน เช่น ฟลูท แซกโซโฟน เป็นต้น กุญแจซอล ก็จะมีการเขียนโน๊ตและอ่านโน๊ตอย่างที่เราเข้าใจและที่ผมให้จำง่าย ๆ ไว้ นั่นแหล่ะครับ แต่ในกุญแจฟาจะต่างกันนิดหน่อย

กุญแจฟาจะอ่านโน๊ตต่างกับกุญแจซอลคือ โน๊ตตัวเดียวกันกับของกุญแจซอล ถ้านำไปเขียนในกุญแจฟา ต้องเขียนให้ต่ำกว่าในกุญแจซอล 1 บรรทัดครับ มือเบสจะรู้ดี คนที่เล่นดนตรเครื่องต่ำ ๆ เช่น เบส เชลโล่ ดับเบิ้ลเบส ก็จะใช้กุญแจซอลกันบ่อยครับ การจำโน๊ตก็จะไม่หมือนกัน

นอกจากนี้ ก็ยังจะมีกุยแจโดอีกด้วย แต่ในที่นี้ขอไม่พูดถึ เพราะเขาไม่ค่อยได้ใช้กันแล้วครับ

ขอจบคอลลัมน์นี้แต่เพียงเท่านี้แล้วกันนะ ถ้าเกิดใครมีข้อสงสัยโพสต์ไว้นะครับ แล้วผมจะมาตอบให้ ยังไงก็แวะมาอ่านมาขุดกันบ่อย ๆ นะครับเน้อ

edit @ 2007/01/14 17:50:48
edit @ 2007/01/16 14:39:25
edit @ 2007/01/16 15:14:19

2006/Dec/24

คือผมทำบล๊อกนี้ขึ้นไม่ได้ต้องกานอะไรเลย นอกจาก ทำไปให้คนอื่นอ่าน

ผมอยากให้มีบล๊อกที่สอนกีตาร์โดยไม่ได้หวังอะไร สอนคือสอน สอนเท่าที่ตัวเองเป็น

ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ได้มีความรู้ทางดนตรีมากมายนัก ผมรู้แค่กีตาร์ รู้แค่นั้นจริง ๆ อาจจะรู้ลึกหรืออาจจะตื้น กว่าคนอื่น ๆ ก็ได้ แต่ผมก็อยากทำตรงนี้ อย่างน้อยก็ให้คนเข้ามาอ่าน แล้วก็สามารถฆ่าเวลาไปได้ในทางหนึ่ง

ถ้าใครได้อ่านกฏของที่นี่ก็จะได้รู้ว่า บล๊อกนี้ ไม่นิยมคำหยาบคาย ไม่เน้นประชาสัมพันธ์ข้ามบล๊อก เพราะฉะนั้น ผมก็จะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะคุยไม่สุภาพ ไว้นะที่นี้ ขอความกรุณากันนิดนึงแล้วกัน

ผมว่าดนตรีเป็นเรื่องของสมอง อารมณ์ และความคิดนะถ้าคนเราคิดดี ทำดี อารมณ์ดี เพลงที่ทำ ดนตรีที่ทำ มันก็น่าจะออกมาในอารมณ์ที่ฟังแล้วสบายใจ แต่ถ้าเกิด คิด และหมกมุ่น กับสิ่งที่ไม่ดี ก็จะสะท้อนออกมาอีกแบบ ผมอยากให้คนเราเข้าใจในข้อนี้ว่า ดนตรีไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้ระบายอารมณ์ แต่เป็นสิ่งที่ใช้ถ่ายทอดอารมณ์และความคิด ของผู้เขียน ผู้แต่ง เพราะฉะนั้น หากเราแต่งดนตรีออกมาแบบไหน ก็แสดงว่าเราคิดอย่างนั้น มีอารมณ์อย่างนั้นถึงได้ทำอย่างนั้น จะว่าไป ก็เหมือนพฤติกรรมคนเรานั่นแหล่ะ คิดดี ทำดี ไม่ต้องกลัวใครว่า ไม่ต้องสนใจเพราะเราทำดี แต่ถ้าทำผิด ก็ต้องยอมรั้บ ต้องรู้ตัวว่าเราทำผิด ทำไม่ดี ศิลปินทุกคน ผมเชือว่า งานดี งานไม่ดี เค้าต้องยอมรับว่า นั่นเป็นงานของเขา เพราะเขามีส่วนร่วม เพราะฉะนั้น หากเราคิดให้ถูก ไม่ว่าเรื่องดี เรื่องไม่ดี สิ่งที่เราทำมันคือผลงาน ผลกรรมจากที่เราทำทั้งนั้น

ผมมีอีเมลล์นะ ถ้าใครอยากรู้อะไรเพิ่มก็ add มาคุยกันได้

menn_n@hotmail.com นะ

Cerberus (เม่น)


edit @ 2007/01/03 09:17:10


edit @ 2007/01/16 15:19:12